Tonguoo Farm

Jan 30, 2011 at 01:46 o\clock

ลูกผสมจิ้มตี

คำถามอีกครั้งเกี่ยวกับการพัฒนาไก่ลูกผสมจิ้มตี ..ก็ขอนำเสนอสั้น ๆ สำหรับนักพัฒนารุ่นใหม่แล้วกันนะครับ คือ ตอนนี้ไก่ลูกผสมสไตล์จิ้มตีนี่รู้สึกว่าจะเป็นที่ต้องการของตลาดเพิ่มขึ้น คือคนนำไปเลี้ยงไปชนก็ไม่เคยผิดหวัง มีถามเข้ามาตลอด

สไตล์จิ้มตีคือ ไก่ที่เดินเข้าทำ แต่บางตีวอาจมีถอยด้วยในบางจังหวะเข้าลักษณะบุกได้ถอยได้ คือเจอไก่รุกหนักก็จะถอยประมาณนี้  ไก่จิ้มตีจะเดินเข้าทำปากไวสาดแข้งหน้านำ ส่วนมากเป็นไก่เชิงบน ไก่จิ้มตีเก่ง ๆ จะปากไวมากและแม่นคมมาก นั่นคือจุดเด่นซึ่งพอสรุปได้ดังนี้

1.เดินสาดแข้งหน้านำตลอด

2.ปากไวไม่เลือกเหยื่อ คือไม่ไล่หาหัว

3.ชนหัวสูงตีหัวต่ำเก่ง

4.แม่นคม

นี่คือมาตรฐานไก่จิ้มตี ซึ่งมีวิธีเพราะพัฒนาดังนี้ ใช้การผสมระหว่างไก่ 4 สายต่อไปนี้

1. ไก่ไทยเชิงคุมบนปากไว คือเน้นเข้าปีกและกอดเท่านั้นไม่เลือกเชิงล่างมากมาพัฒนา ที่สำคัญต้องคมและปากไว

2.ไก่ไซ่ง่อน เน้นพวกปากไวชนสูง

3. ไก่พม่าเน้นไก่สไตล์ขี้ดีดแม่นถี่

4. ไก่ก๋อยเน้นสไตล์ดูดหน้าคอเท้าบ่า

เอาไก่สี่สายนี้บวกกันให้เหลือเลือง่อนประมาณ 6.25%-12.5 พม่าให้เหลือประมาณ 6.25-12.5 ก๋อยให้เหลือประมาณ 6.25-12.5 นอกนั้นเป็นเลือดไทย

เท่านที่พัฒนามาเราสามารได้ไก่ที่เก่งสามารถชนได้กับไก่ทุกลีลา ซึ่งแสดงว่าไก่ลักษณะนี้เป็นไก่ที่มีมาตรฐานสูง ในอนาคตไก่สไตล์นี้ก็จะกลายเป็นสไตล์คลาสสิคเพราะ

1. โครงสร้างรอยได้พิมพ์นิยม 2.7-2.9 กก.

 2. แข็งแกร่งเลี้ยงง่ายเลี้ยงตามวิธีเลี้ยงดั้งเดิมได้เลย

นี่คือจุดเด่นสองประการที่สำคัญครับ  เอ้าลองทำกันดูครับ...

Jan 26, 2011 at 23:38 o\clock

ข้อปฏิบัติการอาบน้ำไก่

การอาบน้ำไก่หรือการกาดน้ำไก่ คือ การน้ำเช็ดที่ขนไก่และผิวหนังไก่ให้ทั่วตัว โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ

1. ทำให้ผิวหนังคลายตัวและตึงตัวที่เหมาะสมเพื่อให้ผิวหนังมีความหนาแข็งแรงทนทานขึ้นเมื่อถูกตีหรือถูกแรงกระทบ

2. เพื่อรักษาความสะอาดที่ขนและผิวหนังของไก่ขจัดตัวไรและฝุ่นผงหรือส่งแปลกปลอมใด ๆ ออกไปจากขนไก่

ข้อปฏิบัติที่สำคัญของการอาบน้ำไก่คือ

1. ไก่ใหม่อาบน้ำครั้งแรกควรอาบด้วยแซมพูสระผมเพื่อให้การอาบน้ำสามารถทำได้ง่ายเพราะขนไก่ใหม่ที่ยังไม่เคยถูกน้ำมันจะไม่อุ้มน้ำ จึงใช้แซมพูเป็นตัวช่วย

 2.ไก่ที่จับมาเลี้ยงใหม่เมื่อปล้ำวางคัดแล้ว ควรจะลงขมิ้นผสมปูนเล็กน้อย เพื่อขับไล่ตัวไรและทำให้ใยขนอุ้มน้ำได้ดีขึ้นจะทำให้อาบน้ำง่ายขึ้น

3. การอาบน้ำไก่ที่ดีควรอาบทั้งเช้าและเย็น คือเช้า 2-3 โมงเช้า เย็น บ่าย3-4โมงเย็น เกินเวล่าไม่ควรอาบเพราะไก่จะไม่แห้ง

4.สำหรับท่านที่ไม่มีเวลามากควรอาบน้ำไก่ตอนเช้า 1 ครั้งตอนเย็นเช็ดหน้าเช็ดตัวบาง ๆ ก็พอ

5. ไก่ที่จะวางปล้ำทุกครั้งต้องอาบน้ำให้ทั่วตัวเพื่อฝึกความเคยชินในการเข้าชนและป้องกันอาการหอบ


ข้อห้ามในการอาบน้ำไก่

1.ห้ามอาบตอนกลางคืนหรือวันที่ไม่มีแสงแดด เพราะไก่ขนไม่แห้งจะทำให้เกิดกเชื้อราเกาะกินขนและผิวหนัง และไก่จะเจ็บป่วยได้ง่ายเช่นเป็นหวัด

2.ห้ามอาบน้ำตอนกลางวันแดดร้อนจัดๆ ควรใช้วิธีลูบน้ำบาง ๆ ก็พอในวันที่อากาศร้อนจัด

3. ห้ามอาบน้ำแต่เช้ามืดและทิ้งไว้นาน ๆ เพื่อรอแสงแดด แบบนี้ก็ป่วยได้ง่าย

4. ถ้าไก่อาบน้ำแล้วขนไม่แห้งต้องอบด้วยสป็อตไรท์หรือไฟฟ้าแบบหลอดไส้เพื่อให้ไก่แห้งสนิท (ใช้ในกรณีจำเป็นต้องอาบน้ำในเวลากลางคืนหรือมืดค่ำ)

5.ไก่ป่วยเล็ก ๆ น้อย ๆ ห้ามอาบน้ำเด็ดขาด

Jan 23, 2011 at 04:12 o\clock

กำหนดเวลาการเลี้ยงไก่

มีถามมาตลอดเกี่ยวกับกำหนดเวลาการเลี้ยงไก่ คำตอบก็ตอบได้ตลอดเวลาว่าไก่แต่ละตัวเลี้ยงไม่เหมือนกันหรอกบางตัวได้ชนเร็วบางตัวได้ชนช้าเพราะไก่แข็งช้าหรือเร็วต่างกัน ทั้งนี้เนื่องจากโครงสร้างกระดูกกล้ามเนื้อของไก่แต่ละตัวไม่เหมือนกัน บางคนบอกปล้ำ 5 ยกขึ้นไป บางคนบอก 8 ยกขึ้น ไป บางคน 10ยกขึ้นไป อันนั้นเป็นประสบการณ์แต่ละคน ซึ่งก็ไม่มีมาตรฐานแน่นอนชัดเจน สิ่งสำคัญคือท่านต้องประยุกต์เลี้ยงไก่แต่ละตัวตามความเหมาะสมของมัน อย่าเอามาตรฐานตัวใดตัวหนึ่งมาเป็นมาตรฐานในการเลี้ยงตัวอื่น ๆ เราเลี้ยงเองย่อมรู้ว่าตัวไหนเป็นอย่างไร

สำหรับการเลี้ยงไก่ชนไทยและไก่สายเลือดผสมมาตรฐานคือ ปล้ำวางครั้งแรก 1 ยก พัก 14 วัน ครั้งที่ 2 อีกหนึ่งยกพัก 14 วัน ครั้งที่สามก็วางเกิน 1 ยกขึ้นแต่ไม่เกิน 2 ยก พัก 14 วัน ถ้าวางสองยกต้องพัก 21 วัน ครั้งที่ 4ก็สองยกพัก 14-21 วัน ตามสภาพไก่ ครั้งที่ 5 ก็สองยกหรือสามยกเข้าครอสเลี้ยง 21 วันออกสนามชน 5-8 ยกได้

สำหรับไก่พม่าเลือดร้อยหรือเลือดสูงกระดูกบาง ๆ นะ การปล้ำวางครั้งที่ 1 ถึงครั้งที่ 5 ครั้งละ 1 ยกพัก 14 วันทุกครั้ง ครั้งที่ 6 ออกบ่อนป่า 2-3 อันได้ ออกบ่อนป่าซัก 2 ครั้ง ก็ออกสนามใหญ่ได้ คือฝึกให้มันชินการยืนระยะ ซัก 3 ยกก่อน แต่ถ้าเลี้ยงแข็งมากความรวดเร็วมันจะลดลงคือมันจะไม่พริ้วไหวเหมือนเราจับมาใหม่ ๆ ดังนั้นช่วงเลี้ยงชนกลับมาถ้าไก่เคยนชนยืนระยะนาน ๆ เกิน 4-5อัน ขึ้นไป ต้องพักนานหน่อยปล่อยให้เล่นดินเล่นฝุ่นคลายเนื้อตัวประมาณ 21-30 วันขึ้นไป ไก่จึงจะบินร่อนเหมือนเดิม หากเลี้ยงต่อเนื่องไก่ผิวตึงเนื้อตึเอ็นยึด จะบินแผ่วลงไม่รวดเร็ว

สำหรับการเลี้ยงไก่ไซ่ง่อน หรือลูกผสมเลือดสูงก็เลี้ยงใกล้เคียงกับวิธีการเลี้ยงไก่ไทย แต่ไก่"ซ่ง่อนเหมือนไก่พม่าอยู่อย่างคือ ต้องรออายุซักหน่อยอย่าใจร้อน เพราะอายุน้อยจิตใจยังไม่เหนียวแน่น ที่สำคัญกระดูกกล้ามเนื้อยังไม่สมบูรณ์พอ แต่ไก่"ว่ง่อนจะเน้นการออกกำลังกายมากกว่าไก่สายอื่นและปล้ำวางนานกว่าคือ ครั้งที่ 1และ 2 ปล้ำ 1 ยกพักครั้งละ 14 วัน ครั้งที่ 3 สองยก พัก 21 วันครั้งที่ 4 สามยกพัก21 วัน ครั้งที่ 5 ขุึ้นไปปล้ำวางครั้งละ 3 ยกขึ้นไปและออกกำลังกายให้มากเช่นวิ่งหรือเดินนวมยกละ 30-40 นาที เน้นความแข็งแกร่งดื้อแข้งเถ้าออกชนเกินอันสามไปโอกาสชนะ 70%

นี่คือวิธีการปล้ำเลี้ยงคร่าว ๆ ครับ ส่วนอันไหนเหมาะสมก็ปล้ำเลี้ยงเอาครับไม่มีมาตรฐานแน่นอนครับเป็นเพียงกรอบแนวทางเท่านั้น

Jan 13, 2011 at 02:46 o\clock

เทคนิคการคัดเลือกสายพันธุ์เพื่อพัฒนาต่อยอด

ปัญหาหลักของคนเพาะไก่ประการหนึ่งก็คือหาสายพันธุ์มาเพาะแล้วลูกหลานที่ได้มันไม่ใช่ที่เราต้องการหรือได้ไม่เหมือนต้นเหล่าที่เรานำเข้ามาเพราะพันธุ์ สาเหตุหลักที่เกิดปัญหาเหล่านี้ก็คือ

1. เราซื้อไก่ไม่ทราบเหล่าเข้ามาพัฒนา คือเราซื้อไก่เก่งเข้ามาเลี้ยงชนและชนะหลายไฟท์ จากนั้นนำมาทำพ่อพันธุ์ผลปรากฎว่าลูกออกมาไม่เหมือนพ่อเลย  แสดงว่าพ่อพันธุ์ที่เรานำเข้ามามันเป็นสายเลือดพันธุ์ทางไม่ใช่พันธุ์แท้ 

2. เรานำไก่มาเพาะพัฒนาโดยนำมาจากเหล่าดีเหล่าดัง แต่ผสมลูกออกมาไม่ดี นั่นแสดงว่าเราได้พันธุ์ทางของเหล่านั้นมาพัฒนา

3. ไก่ลูกผสมทุกสายพันธุ์จะให้ลูกค่อนข้างแปรปรวนมาก นี่เป็นธรรมชาติของไก่ลูกผสม บางพ่อเก่งไม่ถ่ายทอดลูกเลย บางตัวเก่งถ่ายทอดลูกหลากหลายสไตล์กำหนดทิศทางไม่ได้ อันนั้นต้องเข้าใจ

สามสาเหตุนี่คือสาเหตุหลักที่ทำให้เราเพาะพัฒนาไก่ของเราพลาดเป้าไป แนวทางแก้ไขสำหรับนักพัฒนาก็คือ

1. ท่านจะต้องทดสอบเพาะพ่อพันธุ์หลาย ๆ พ่อ และคัดเลือกเอาพ่อที่สามารถให้ลูกเหมือนต้นเหล่ามาเป็นต้นสายพัฒนา  คือ พ่อไก่เรานำมาจากหลายที่ส่วนมากซื้อมาพอเก่งอย่าพึ่งเหมาว่ามันจะให้ลูกเก่งต้องทดสอบเพาะดูซักแม่สองแม่ก่อน ถ้าลูกของมันเก่งแสดงว่าพ่อตัวนี้เป็นไก่เลือดเข้ม สามารถถ่ายทอดลักษณะเด่นทางพันธุกรรมได้ดี เราจึงยึดสายนั้นมาเพาะพัฒนา ทำการเพาะกับหลายแม่และทำไลน์บรีดต่อไป  ไก่เลือดร้อยหรือเลือดผสมก็มีวิธีการคัดเลือกวิธีเดียวนี้ คือต้องเสียเวลาเลี้ยงดูลูกซักคอกสองคอก เพื่อดูว่าพ่อนี้ถ่ายทอดเลือดดีไหม ถ้าใจร้อนไม่มีทางทำได้ แต่ถ้าเราคัดได้ซักตัวก็ยาวเลย

2. ก่อนซื้อพยายามสอบถามเหล่าให้ชัดเจน เพื่อให้ง่ายต่อการคัดและพัฒนาพันธุ์และควรเน้น ไก่เหล่าเลือดสูงไม่ใช่พันธุ์ทาง คือ เป็นเลือดร้อยจะดีที่สุด

หลักการข้างต้นนี้ใช้ในการคัดเลือกตัวเมียด้วยนะครับ

Jan 11, 2011 at 14:36 o\clock

วิเคราะห์วันนี้ไก่เก่งอนาคตเป็นอย่างไร

เท่าที่ศึกษาหาข้อมูลไก่เก่ง ๆ ในช่วงปี 2553 ที่ผ่านมาตลอดทั้งปี ิดตามวารสารไก่ชนต่าง ๆ ที่นำไก่เก่งมาลง ลอง ๆ สำรวจทำสถิติดูจากวารสารทั้งหมดประมาณ 100 ฉบับที่ซื้อ ๆ มาอ่านเล่นนะครับ ได้ข้อมูลเกี่ยวกับไก่เก่งชนแพงในสนามต่าง ๆ รวบรวมได้ทั้งหมดประมาณ 217 ตัว เป็นไก่ที่ชนในระดับเงินแพง 22000 บาทขึ้นไป ถึงระดับเงินล้าน ได้ข้อสรุปดังนี้

1.ไก่ลูกผสมพม่า ที่มีเชื้อพม่าสูงประมาณ 151 ตัว เป็นไก่ป่าก๋อยลูกผสม 37 ตัว และสายอื่นอีก 29 ตัว แสดงว่าคะแนนยังเทไปที่ลูกผสมพม่าอยู่ครับ

2. เมื่อจำแนกพม่าในจำนวน 151 ตัว จากการดูประวัติและดูลักษณะไก่ตามภาพก็วิเคราะห์ได้ว่า เป็นพม่าเลือดร้อยหรือพม่าเลือดสูงมาก ๆ อยู่ประมาณ 52 ตัว ที่เหลือ เป็นพม่าลูกผสมแน่นอน ซึ่งข้อนี้แสดงให้เห็นว่า พม่าลูกผสมยังครองตำแหน่งไก่ชนแพงทั่วประเทศอยู่ต่อไป

3. จากการวิเคราะห์เชิงชนของไก่พม่าลูกผสมจำนวน 151 ตัวพบว่า 58 ตัวเป็นไก่ที่ชนสไตล์พม่าชัดเจน เช่นม้าล่อ โยกถอดถอย โยกล่าง ส่วนอีก93 ตัวเป็นพม่าเชิงชนไม่ชัดเจน เช่นบางตัวเป็นจิ้มตี บางตัวเป็นหนุนถอด  บางตัวบุกได้ถอยได้เราเรียกกลุ่มนี้ว่าเป็นไก่เชิงผสมคือมีหลายเชิงในตัวเดียวกัน

4. จากการวิเคราะห์ไก่พม่าลูกผสมทั้ง 151 ตัวพบว่าจุดเด่นของไก่พวกนี้คือ เร็ว คม และรุนแรง เป็นคุณสมบัติพื้นฐานเกือบทุกตัว  

ดังนั้นถ้าเราจะสรุปว่าไก่เก่งในอนาคตเป็นไก่ที่ต้องมีคุณสมบัติสามประการนี้ก็คงไม่ผิดนักใช่ไหมครับ ส่วนลีลาคงเอาไว้ทีหลัง การสรรหาไก่คงเน้น เร็ว แม่นคม และรุนแรงเป็นปัจจัยหลักครับ

Jan 11, 2011 at 04:03 o\clock

พม่าคลาสสิค

มองอนาคตไก่พม่าที่จะพัฒนาไปในอนาคต ท่านคิดว่าพม่าอนาคตที่ยังยืนควรเป็นพม่าแบบไหน คำถามนี้หลายๆ ท่านกำลังต้องการคำตอบ

ในปัจจุบันพม่าแนวที่นิยมกันมากที่สุดคือแนวพม่าม้าล่อ แต่อนาคตพม่าที่น่าจะเป็นพม่าคลาสสิคคือพม่าที่มีคุณสมบัติดังนี้ครับ

1. โครงสร้างดี คือ รอยจะดี พวกเตี้ยล่ำจะไม่นิยม พวกสูงโปร่งก็ไม่นิยม แต่จะนิยมไก่ที่มีความสูงระดับกล่ง และจับยาวกลมสวยงาม ดังนั้นพม่าเลือดร้อยก็จะถูกเบียดไปจากการพัฒนาจะเน้นพม่าพัฒนาเข้ามาเป็นสายเลือดหลักจึงจะได้โครงสร้างที่เหมาะสม

2. กล้ามเนื้อดี คือ มีกล้ามเนื้อแข็งแกร่งเลี้ยงง่ายแข็งเร็ว อันนี้ก็เข้าลักษณะลูกผสมอีก

3. น้ำขนดี คือ ขนปีกขนหางสวยงามดียาวสมส่วนปีกขนหนา สวยงาม

4. สียอดนิยมจะเป็นสีกรดแดง สีกรดส้ม  รองลงมาจะเป็นสีสาดำและสาขาว ส่วนสีพิเศษเช่น เทาและเขียว ก็จะเป็นสีที่ต้องการแต่เนื่องจากพันธุกรรมมีน้อยดังนั้นการพัฒนาสีพวกนี้จึงมีข้อจำกัด

5. ลีลายอดนิยมคือ พม่าขี้ดีด อันนี้จะเป็นลีลาหลักในอนาคต พวกดีดอย่างเดียวนี่ใครมีสายพันธุ์ควรเร่งรัดพัฒนา ผมว่าลีลานี้จะเป็นลีลานำ ส่วนลีลาม้าล่อรำวงก็ยังจะเป็นตัวเสริมที่ดี แต่มันหาตัวเก่ง ๆ ยาก เนื่องจากการพัฒนามีข้อจำกัด ความนิยมลีลานี้ก็จะไม่แรงมากเหมือนช่วงนี้ พม่าม้าล่อรำวงเมื่อเอาพัฒนาข้ามสายไปผสมง่อนผสมสายอื่น ลีลามันไม่พริ้วเหมือนเดิม มันจึงหาตัวเก่งอยาก จึงเป็นข้อจำกัดของการพัฒนา ส่วนการพัฒนาพม่าขี้ดีดหรือพม่าแข้งหน้ามีข้อจำกัดน้อยกว่าดังนั้น พม่าแข้งหน้าจึงเป็นทางเลือกที่ดีของนักพัฒนาและนักเล่นในอนาคต

 ใครมีสายพันธุขี้ดีดก็เสนอกันออกมาครับ จะได้เป็นทางเลือกใหม่ของพม่าในอนาคต ผมเองก็กำลังสะสมสายพันธุ์เพื่อทำพม่าขี้ดีดแห่งอนาคตเหมือนกันครับ เดี๋ยวคงได้เปิดเหล่ากอในเร็ว ๆ นี้

Jan 5, 2011 at 14:10 o\clock

ความน่าห่วงใยของพันธุกรรมไก่พม่าเลือดร้อย

สถานการณ์การเล่นไก่และการพัฒนาไก่ในปัจจุบันได้ส่งผลให้เกิดการพัฒนาสายพันธุ์ไก่พม่าอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ลักษณะของการพัฒนาสายพันธุ์ที่นิยมและเป็นกระแสหลักของการพัฒนาก็คือ

1. ทำให้ไก่พม่ารอยโตขึ้น

2. ทำให้ไก่พม่ากระดูกและกล้ามเนื้อดีขึ้น แข็งแกร่งขึ้นยืนดินดีขึ้น

สองอย่างนี่คือแนวทางหลักของการพัฒนาไก่พม่าในปัจจุบัน ผลของการพัฒนาก็ปรากฎว่าส่งผลกระทบต่อการดำรงอยู่ของไก่สายเลือดพม่าเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะพวกสายเลือดแท้เยี่ยมๆ ได้กลายเป็นไก่ลูกผสมไปหมด ทำให้พันธุกรรมต้นน้ำของไก่พม่าถูกทำลายลงอย่างรวดเร็ว ในช่วงปีนี้จากต้นฤดูที่ผ่าน ทางฟาร์มได้แสวงหาไก่พม่าเหล่าใหม่ๆ เข้ามาต่อยอด ก็พบว่าไก่พม่าปัจจุบันเปลี่ยนไปหมดแล้ว ลักษณะดั้งเดิมที่รอยเล็กบินล้มๆ ขยันๆ แม่นๆ แข้งเปล่าจัดๆ ขี้โกงสุด ๆ แบบตีคนเดียว ปัจจุบันสิ่งเหล่ามีให้เห็นน้อยลง กลับมาแทนที่ด้วยพม่าลูกผสมที่มีลักษณะเด่นที่เราสังเกตง่าย ๆ เช่น

1. รอยโตเกิน 2.5 กก. ในช่วงวัยหนุ่ม 

2.หน้างอนแบบไก่ไทยกลายเป็นหงอนหินธรรมดา

3. สีแข้งสีขา สีเกล็ด สีปาก สีเล็บเท้าไม่มีดำแซมหรือไม่ออกดำ

4. รูปทรงหางจะไม่กระดกขึ้น แต่จะกลายเป็นหางฟ่อนข้าว แข็ง ๆ พุ่งๆ

5.ลำตัวจับยาวกลมแบบไก่ไทย ไม่มีทรงลูกมะพร้าว

6. ขนปีก ขนหางแซมขาว หรือแซมทั่วร่าง

7.นิสัยไม่เปรียวมีความเชื่องมากขึ้น

8. คอใหญ่คอยาวมากขึ้น พม่าร้อย ๆ คอเล็กคอบาง คอสั้น

ลักษณะเด่น ๆ เหล่านี้ชี้ชัดเจนว่าพม่ายุคใหม่กลายเป็นพม่าลูกผสมไปแล้ว สิ่งที่น่าห่วงใยก็คือ การพัฒนาแบบเดินหน้าโดยไม่มีการอนุรักษ์ในอนาคตเราจะขาดพันธุกรรมของพม่าแท้ ๆ ไว้ต่อยอดในการพัฒนานั่นเอง นี่คือข้อที่น่าห่วงใย ซึ่งทุกท่านควรช่วยกันแก้ปัญหาและหาแนวทางพัฒนาต่อไป