Tonguoo Farm

Nov 29, 2010 at 03:05 o\clock

คนเลี้ยงไก่ชน:คุณค่าต่อสังคมไทยและสังคมโลก

คนเลี้ยงไก่ชนเป็นคนที่อยู่ในฐานะผู้ปิดทองหลังพระ ในฐานะผู้อนุรักษ์และพัฒนาสายพันธุ์ไก่พื้นเมืองให้มีความคงอยู่และหลากหลาย แต่คนเลี้ยงไก่ชนมักจะถูกมองจากสังคมว่าเป็นนักพนัน เป็นพวกอนุรักษ์นิยมไม่ยอมเปลี่ยนแปลงตามโลกสมัย  ซึ่งในความเป็นจริงการละเล่นและการเลี้ยงไก่ชนนั้นมีมายาวนานกว่า 1000 ปี ซึ่งแสดงให้เห็นว่ามนุษย์มีพัฒนาในการละเล่นชนไก่มายาวนานมากแล้ว จนกลายเป็นวัฒนธรรมในสังคม

คำว่าการพนัน ในทางสังคมและวิถีชีวิตของมนุษย์นั้นสิ่งนี้มีมายาวนาน เราแทบจะบอกได้ว่าการละเล่นทุกประเภทมีการพนันมาเกี่ยวข้องทั้งสิ้น แม้บางอย่างที่เราบอกว่าเป็นการกีฬาแท้ที่จริงก็เป็นการพนันที่แฝงเร้นนั่นเอง เช่น สนุ๊กเกอร์ กอล์ฟ เปตอง ฟุตบอล ฯลฯ จริง ๆ การพนันกับวิถีชีวิตมนุษย์เป็นสิ่งที่แยกไม่ออกดังนั้นหากเราทำการพนันให้อยู่ในกรอบที่เราต้องการเราก็สามารถจัดการการพนันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ยกตัวอย่างประเทศที่เปิดคาสิโนมากมายในโลก เขาก็ใช้การจัดการเข้ามาควบคุมการพนันอย่างมีประสิทธิภาพและไม่เห็นว่าจะก่อความเสียหายอะไรให้กับสังคม อย่างเมืองลาสเวกัส ก็เติบโตด้วยวิถีการพนันเขาก็สามารถจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ในประเทศรัสเซีย รัฐบาลของเขาได้เปลี่ยนนโยบายเศรษฐกิจนำการพนันขึ้นมาทำให้ถูกกฎหมายผลก็คือเศรษฐกิจรัสเซียฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว รัฐมีรายจากภาษีที่เกี่ยวข้องมากมายสามารถนำรายได้ไปจัดระบบควบคุมการพนันได้อย่างดี ผมจึงยากสรุปว่าการพนันไม่ใช่สิ่งชั่วร้ายหากมนุษย์รู้จักการจัดการที่มีเหตุีผล

ส่วนในด้านการทารุณสัตว์ที่มักจะกล่่าวอ้างโดยองค์กรพัฒนาเอกชนต่าง ๆ นั้น การเลี้ยงไก่ชนผู้เลี้ยงจะเลี้ยงดูอย่างดีด้วยอาหารด้วยวัคซีน ด้วยยาที่มีประสิทธิภาพเหนือกว่าสัตว์ประเภทอื่นด้วยซ้ำ ส่วนการนำมาชนกันเมื่อชนเสร็จก็มีการรักษาอย่างดี ไม่ได้ปล่อยทิ้งขว้าง แตกต่างจากการเลี้ยงสัตว์เพื่อการค้าบางประเภทที่มนุษย์เน้นควบคุมพื้นที่ควบคุมซีวิตไม่ต่างอะไรกับติดคุกมาแต่กำเนิด เรากลับยกย่องว่าเป็นการเกษตรที่เหมาะสม ดังนั้นข้อกล่าวหานี้จึงถือว่าไม่เป็นธรรมสำหรับผู้เลี้ยงไก่ชนเลย

ในขณะที่เรามองด้านดีของผู้เลี้ยงและพัฒนาไก่ชนเรากลับพบว่า

1. เป็นผู้อนุรักษ์สายพันธุ์ไก่พื้นเมืองที่หลากหลายอย่างแท้จริง ถ้าหมดคนเลี้ยงไก่ชน พันธุกรรมไก่พื้นเมืองจะหมดไปในไม่กี่ปี สังเกตง่าย ๆ ตามบ้านนอกเดี๋ยวนี้บ้านไหนไม่เลี้ยงไก่ชนก็จะไม่มีการเลี้ยงไก่พื้นเมืองเลย เพราะการเลี้ยงไก่พื้นเมืองมันยุ่งยากหากไม่ใส่ใจมันก็ล้มตายเสียหายหมด หากมองที่หน่วยงานของรัฐในการอนุรักษ์ก็ยิ่งพบว่ามีบทบาทน้อยมาก อย่างศูนย์วิจัยสัตว์ปีกต่าง ๆ ที่ดอกเตอร์ทำงานกินเงินเดือนมากมายผลงานที่จะออกมาบริการประชาชนแทบไม่มีเลยในแต่ละปี ดังนั้นจึงสรุปว่านักอนุรักษ์ตัวจริงคือคนเลี้ยงไก่ชนนี่เอง รัฐจึงควรสนับสนุน

2. พันธุกรรมไก่พื้นเมือง ที่เหลืออยู่ในปัจจุบันและอนาคตอันเกิดจากการอนุรักษ์ของชาวไก่ชน สามารถนำไปต่อยอดพัฒนาการผลิตไก่ในรูปแบบต่าง เพื่อเป็นอาหารของมนุษย์โลกได้อย่างหลากหลาย ประโยชน์นี้เกิดกับลูกหลานในอนาคตแน่นอน

จะเห็นได้ว่าแค่คุณประโยชน์สองประการนี้คนเลี้ยงไก่ชนก็มีบุญคุณต่อลูกหลานของชาวโลกอย่างมากมายเกินกว่าจะบรรยายแล้ว ชมรมคนรักไก่จึงหวังว่าคนเลี้ยงไก่ชนจะได้รับการยกย่องได้รับเกียรติได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลในการทำกิจกรรมไก่ชนอย่างเปิดเผยและสร้างสรรค์ต่อไป

Nov 26, 2010 at 03:10 o\clock

การต่อยอดไก่ลงเหล่า

เมื่อเราพัฒนาไก่ลงเหล่าเรียบร้อยแล้วสิ่งที่จะทำต่อไปคือ การนำไก่ลงเหล่าไปพัฒนากับสายอื่นเพื่อให้ได้ไก่คุณภาพตามที่เราต้องการ คำว่าไก่ลงเหล่านิยามมันก็คือไก่เลือดชิดดี ๆ นี่เอง คือสายเลือดไก่ลงเหล่าเป็นการผสมแบบเลือดชิดในกลุ่มเครือญาติของสายพันธุ์ที่เราต้องการ ซึ่งจะทำให้เราได้ไก่ที่มีลักษณะเด่นคือ

1. มีชั้นเชิงลีลาลูกตีใกล้เคียงกับต้นเหล่า

2. มีสีสันตามแบบฉบับของต้นเหล่า

3. มีโครงสร้างร่างกายที่คล้ายคลึงกับต้นเหล่า

4. มีนิสัยใจคอคล้ายคลึงกับต้นเหล่า

เมื่อได้4 อย่างนี้มา ทั้ง 4 อย่างนี้ไม่ได้หมายความว่ามันเป็นลักษณะเด่นทั้งหมดบางส่วนมันอาจจะเป็นลักษณะด้อยปนมาด้วย เช่นโครงสร้างอ่อนแอ รูปร่างเตี้ย น้ำขนไม่ดี ฯลฯ สิ่งเล็ก ๆ น้อยๆที่ปนมาเป็นสิ่งที่เราไม่ตองการ ที่เราต้องการมากที่สุดคือ ลีลาการชนและลูกตีที่แม่นยำ ดังนั้นเมื่อเราได้สายเลือดลงเหล่ามาแล้วเราก็ต้องหาสายอื่นที่มีลักษณะใกล้เคียงกับเหล่าของตนเองมาผสมโดยเน้นที่ลีลาและลูกตี ต้องใกล้เคียงกับเหล่าที่เราทำลงเหล่าไว้ แบบนี้เมื่อนำมาผสมจะได้ไก่ที่มีเชิงชนลีลาลูกตีใกล้เคียงกับเหล่าที่เราทำไว้เกินกว่าร้อยละ 70 ขึ้นไป

ตัวอย่างเช่นเราทำพม่ารำวงสายสุรพรชัย เราก็ซื้อตัวผู้ตัวเมียมาหลายตัวหน่อยคัดเอาที่เจ๊ง ๆ จากนั้นก็นำไปไขว้กับเลือดอื่นก่อน เลือดที่นำมาไขว้ก็ต้องลีลาม้าล่อรำวงนะ ไขว้กันสองสามชั้นแล้วเราค่อยเอารุ่นเหลนมาผสมกับปู่ย่า แล้วเก็บเอาตัวผู้ตัวเมียที่มีลักษณะเด่นของเหล่าสุรพรชัยไว้มากที่สุดเป็นต้นเหล่า แบบนี้เรียกไก่ลงเหล่า เมื่อเรานำตัวผู้ตัวเมียที่ได้ไปผสมกับไก่ม้าล่อรำวงสายอื่นมันก็จะได้ลีลาสไตล์ลูกตีใกล้เคียงมาทางเหล่าสุรพรชัยเกินกว่า 70% ครับ

ที่สำคัญไก่ที่จะนำาทำไก่ลงเหล่าสายเลือดเริ่มต้นต้องเด่นต้องนิ่ง เห็นแล้วว่ามีการถ่ายทอดพัฯธุกรรมที่ดี บางคนไปเอาชั้นหลานเหลนเขามาพัฒนามันก็ไม่สำเร็จ เช่นไปด้สุรพรชัยจากที่เขาผสมกับเลือดอื่นที่ไม่ใช้ม้าล่อรำวงมา พอเอามาพัฒนาทำเลือดนิ่งมันก็เกิดความแปรปรวนครับ คือให้ผลไม่แน่นอนเหมือนสมมุติฐานที่เราตั้งไว้ ดังนั้นเมื่อจะเอาเหล่าขอให้ได้ของจริงนะครับค่อยเอา

เอ้าลองทำดูครับ ขอให้สำร็จ

Nov 24, 2010 at 07:42 o\clock

เรียนรู้เยีนส์เด่นยีนส์ด้อยของไก่ชน

Dominant Genes ยีนส์เด่น

คือ ยีนส์ของพ่อและแม่ ที่สามารถส่งผ่านลักษณะพิเศษของรุ่นพ่อและแม่ไปสู่รุ่นลูกในทุกรุ่นทุกครั้ง ที่มีการผสมพันธ์กัน ตัวอย่างของยีนส์เด่นเช่น ถ้าแม่เป็นคนที่มีตาสีฟ้า และการที่มีตาสีฟ้านั้นเป็นยีนส์เด่นของแม่ ดังนั้นลูกที่เกิดมาย่อมจะมีตาสีฟ้าตามแม่ถึงแม้พ่ออาจจะมีตาสีน้ำตาลก็ตาม จุดเด่นของ Dominant Genes คือลักษณะต่างๆที่เด่นจะถูกถ่ายทอดจากรุ่นนึงสู่อีกรุ่นนึงโดยไม่มีการเว้น รุ่น

ลักษณะเด่นข้อสังเกตง่ายๆคือลักษณะเด่นจะปรากฎออกมาในทุกรุ่น แต่ถ้าเป็นลักษณะด้อยจะปรากฎในบางรุ่นเท่า เช่น

รุ่นแรก พ่อตาสีฟ้า(TT ) กับ แม่ตาสีดำ (tt )

รุ่นลูก ฟ้า(Tt) ฟ้า(Tt) ฟ้า(Tt) ฟ้า(Tt)

รุ่นหลาน ฟ้า(TT) ฟ้า(Tt) ฟ้า(Tt) ดำ(tt)

สรุป ลักษณะของตาสีฟ้าปรากฎอยู่ในทุกรุ่นแสดงว่า เป็นลักษณะเด่น ส่วนลักษณะของตาสีดำปรากฎในบางรุ่นเท่านั้นแสดงว่าเป็นลักษณะด้อย

ซึ่งตามกฎของเมนเดลแล้วในรุ่นหลานจะ ปรากฎลักษณะ เด่น:ด้อย เป็น 3:1

Recessive Genes ยีนส์ด้อย

ในส่วนของยีนส์ด้อย เป็นอะไรที่ค่อนข้างซับซ้อน เพราะโดยส่วนใหญ่แล้ว ยีนส์ด้อยจะถูกข่มด้วยยีนส์เด่น ยีนส์ด้อยจะไม่ถ่ายทอดลักษณะด้อยนั้นๆสู่รุ่นลูกหากมียีนส์พ่อ หรือแม่ที่เป็นยีนส์เด่นคอยควบคุมอยู่ แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่พ่อและแม่มียีนส์ด้อยนั้นๆเหมือนกัน ลักษณะด้อยนั้นก็จะปรากฎออกมาในรุ่นลูกรุ่นหลานต่อไป ถ้ายกตัวอย่างก็เช่นถ้าพ่อและแม่มีตาสีฟ้าทั้งคู่ แต่ลูกกลับมีตาสีน้ำตาล นั่นก็เป็นเพราะยีนส์ด้อยของพ่อซึ่งถ่ายทอดลักษณะตาสีน้ตาลมาเจอกับยีนส์ ด้อยของแม่ที่จะถ่ายทอดสีตาสีน้ำตาลเหมือนกัน ทำให้ลูกออกมามีตาสีน้ำตาลไม่ใช่สีฟ้าแบบพ่อและแม่ จุดทีทำให้ยีนส์ด้อยนั้นมีความซับซ้อน ยากเกินกว่าที่จะทำนายลักษณะของรุ่นลูกได้ก็คือ ยีนส์ด้อยจะมีการถ่ายทอดแบบมีการเว้นรุ่น ซึ่งจะปรากฎออกมาก็ต่อเมื่อยีนส์ด้อยมาเจอกันเท่านั้น 

ดังนั้นในไก่ชนที่เราพัฒนาแต่ละสายพันธุ์เมื่อเราได้ไก่ชนมาเพาะฟักเาก็ต้องคอยสังเกตว่าเหล่าใดมียีนส์เด่นยีนส์ด้อยอย่างไรจดบนทึกไว้เพื่อเป็นข้อมูล เช่น

ไก่เหล่าม้าล่อรำวงสุรพรชัย มียีนส์เด่นที่สำคัญคือ

1. ลีลาแบบมาล่อสั้นรำวง

2. ออกแข้งเร็วขยันแม่นถี่

3. สีกรดแดงหางดำ

4. หงอนช่อ

ลักษณะเหล่านี้จะถ่ายทอดออกมาเรื่อย ๆ ตามรูปแบบที่เราพัฒนาโดยไม่ค่อยเว้นคือสามารถถ่ายทอดออกมาได้อย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ลักษณะด้อยก็จะคอยมารบกวนเราเสมอเมื่อเราพัฒนาคือ

1.ลนลานเกินไปจนบางตัวกลายเป็นไก่ไม่แม่นพอหรือลำไม่หนักพอ

2.โครงสร้างเล็กบอบบางไปจนบางตัวเป็นไก่ไม่แข็งแรงบินล้มๆ หงายๆ 

ซึ่งลักษณะด้อยเหล่านี้ก็จะปรากฎออกมาเรื่อย ๆ เมื่อมีโอกาส  ดังนั้นเมื่อเราทราบจุดเด่นจุดอ่อนเราก็สามารถพัฒนาเพื่อหาทางปิดจุดอ่อนของเราได้ โดยเติมสายเลือดอื่นที่เป็นการปิดจุดอ่อนของเรานั่นเอง

Nov 22, 2010 at 08:43 o\clock

ดงแข้งพม่าเราจะฝ่าอย่างไร

ในช่วง อีก 2-3ปีข้างหน้า ผู้เลี้ยงไก่ชนยังจำเป็นต้งฝ่าดงแข้งพม่าให้ได้ โดยกระแสหลักยังจะเป็นม้าล่อในรูปแบบสไตล์ต่าง ๆ ทั้งล่อสั้นสลับยาว ล่อสั้นรำวง และล่อยาว ตัวไหนเบอร์แข้งดี ๆ ยังไปได้อีก เพราะมองว่าไก่สายอื่น ที่จะพัฒนามาในรูปแบบต่าง ๆ นั้น คูชนตัวจริงยังยืนสนามคือ ม้าล่อ ดังนั้นจึงไม่แปลกหากกระแสม้าล่อยังมาแรง  ในขณะที่ข้อจำกัดของม้าล่อก็มีมากมาย เพราะม้าล่อตัวดี ๆ ก็หายากพอ ๆ กับไก่สายอื่นนั่นเอง ส่วนมากร้อยละ 90 ยังไม่ใช่ม้าล่อที่ทุกท่านฝ่ฝัน ยังคงเป็นม้าล่อตลาดทั่วไปหาจุดเด่นไม่ได้ บางตัวเบอร์แข้งดี แต่ลีลาล่อไม่สวย พวกนี้ไปได้ชมรม บางตัวลีลาดีมากแต่เบอร์แข้งหาทำยายากอันนี้ก็ไก่ชมรม บางตัวเบอร์แข้งดี ลีลาดีแต่โครงสร้างบอบบางดังพระเอกลิเกแบบนี้ก็ชมรม บางตัวเบอร์แข้งดีโครงสร้างดีแต่ม้าล่อใช้ปากอันนี้ก็ชมรม ส่วนม้าล่อที่สมบูรณ์แบบมันหายากครับ

เมื่อกระแสพม่ามันแรงเราผู้ต้องการฝ่าวงล้อมพม่าเราก็ต้องพัฒนาของแรงด้วยนั่นคือเน้นลูกผสมสายเลือดดีเบอร์และความไวเป็นเลิศ เน้นจิ้มและดีด ไม่สนลีลาคือจิ้มหน้าหงอน จิ้มหน้าคางเก่งและดีดแข้งหน้าสลับตลอดลีลาก็บุกตลุยแบบนี้พอไปได้ พอจะบุกค่ายพม่าได้ทุกสไตล์ ดังนั้นไก่จิ้มดีดตัวดี ๆ ทุกวันนี้จึงราคาแพง

ลักษณะการพัฒนาไก่จิ้มดีคือ เน้นพม่าผสมกับไทยเชิงที่มีปากไว ถ้ามันปากช้าต้องเติมเชื้อก๋อยหน่อยอย่าเติมมากมันตีมั่วไม่เกิดแผล เราต้องการคมมาก ๆ คือ ยกมามันจะหนักและคมรวดเร็วปานสายฟ้า นี่ือไก่ที่จะใช้เป็นต้นแบบฝ่าดงแข้งพม่าในอนาคต ใครมีสายเลือดดี ๆ เพาะไว้ครับอนาคตจะเป็นอีกสายที่เราน่าสนใจ

ลักษณะการเลือกสายพันธุ์คือ

1. คัดเหล่าไทยดี ๆ ที่ตีแม่นคม ปากวลีลาดีเป็นต้นแบบสายพันธุ์

2. คัดสายพม่าปากไวขี้ดีด ลีลาเน้าจ้องตี ก็พอเอามาผสมกับไทย ทำซักสองสามชั้น อาจเติมเลือดก๋อยหรือใช้พม่าก๋อยต้นแบบที่ตีคมๆ ปาก เร็ว ๆ มาผสมกับแม่ไทยเลยก็ได้เอา 1+2 คัดตัวเมียไว้

3. คัดพม่าไทยที่แม่นคมลีลาดีมีแข้งหน้ามาเป็นพ่อพันผสมกับแม่ที่เราคัดไว้ตามข้อ2 คาวนี้น่าจะใช้ได้เกินกว่า 70% ครับ

ร่วมกันทดสอบและพัฒนาต่อไปครับ

Nov 18, 2010 at 05:01 o\clock

เทคนิคการคัดเลือกไก่ชนทางยาว

ไก่ชนที่เราเลี้ยงชนทั่วไปใช่ว่าฝีมือดีอย่างเดียวจะชนทางยาวได้ ไก่ชนทางยาวจะต้องมีองค์ประกอบสำคัญที่เราต้องแสวงหาก่อนสิ่งอื่นใดอะไรบ้างนี่เซียนหรือคนเล่นต้องเข้าใจ..วันก่อนเจอลูกค้าเก่าอยู่กรุงเทพโทร.มาเล่าความทุกข์ให้ฟังสาระพอสรุปได้ว่า เล่นไก่พม่าเลือดสูงมาเกือบปีในช่วงปีที่แล้วเน้นฝีมือเป็นเลิศ ผลสรุปคือยังไปไม่ถึงดวงดาวซักตัว คือยังไม่มีตัวใดยืนระดับเงินแสนได้ อาทิตย์ที่แล้วก็ไปโดนยำมา 2:0 เดิมพัน 30000 อัพ  ถ้าเราเลี้ยงไก่ชนทั้งปีซื้อไก่ชนทั้งปี แล้วปรากฎว่าไม่มีตัวใดยืนระดับเงินแสนได้เลยนี่ถือว่าเราไม่ประสบความสำเร็จนั่นเอง (สำหรับเซียนนะ) แต่ถ้าเป็นนักเล่นทั่วไป แค่ชนะมากกว่าแพ้ก็ดีใจแล้ว

ทำไมพม่าเลือดสูง ๆ มาชนทางยาวจึงมีปัญหา(ไม่ได้มีทุกตัวนะคือส่วนมากมีปัญหา)  อาจมีบางตัวทะลุไปในระดับสุดยอดได้แต่เท่าที่ดูสถิติไก่ชนแพงราคาแพงในปัจจุบันหาเลือดสูง ๆ ยาก โดยเฉพาะพวกบินเป็นร้อย ๆ นะหายาก ส่วนมากเป็นพวกบินเรื่อย ๆ เน้น ๆ แกร่ง ๆ ดื้อ ๆ พวกนี้เจอบ่อย ยิ่งเปิดไปดูหน้าตาพ่อพันธุ์ระดับเกรดเอของฟาร์มใหญ่ ๆ ที่ผ่านการชนแพง ๆเราก็ยิ่งพบว่าไก่เหล่านั้นโครงสร้างแข็งแกร่งเป็นเยี่ยม นั่นคือคำตอบสุดท้ายของการพัฒนาไก่ชนทางยาวอยู่แล้วนั่นเอง

ไก่ชนทางยาวคุณสมบัติพื้นฐานที่สำคัญคือ

1.ต้องแกร่ง ต้องแข็ง ต้องด้าน ไก่ที่เลี้ยงให้แกร่งให้แข็งให้ด้านได้คือไก่ลักษณะใด คำตอบมีในใจท่านอยู่แล้ว ส่วนไก่ที่ฝีมือดีเยี่ยมแต่เลี้ยงแข็งไม่ได้(เลี้ยงแข็งแล้วหมดเก่ง)ก็เหมาะชนทางสั้นคือติดมีดหรือปล่อยตอชนกัน ดังนั้นเวลาเลือกไก่มาเลี้ยงสิ่งแรกที่ต้องดูคือ ความแข็งแกร่ง จับได้ตัวใดกล้ามเนื้อแข็ง ๆ นั่นน่าสนใจ พวกเนื้อนิ่มวางไว้ก่อนเอาทีหลังถ้ายังสนใจอยู่

2. องค์ประกอบร่างกายต้องดีคือ ไม่สูงหรือเตี้ยเกินไป ไก่สูงเลี้ยงยากมักขาอ่อนชนทางยาวไม่ได้เหมาะเลี้ยงชนชมรมถึงจะลีลาดีแค่ไหนก็เอาไว้สุดท้ายเลย ไก่เตี้ยเปรียบยากชอบเสียเปรียบและพ่ายแพ้ก่อนจะไปถึงสนามใหญ่  อุ้งเท้าบาง พวกอุ้งหน้าชอบข้อบวมห้ามเอามาเลี้ยงพวกนี้ฟิตหนักกำลังจะออกชนข้อเท้าจะบวมทันทีควรต้มก่อนที่มันจะบวม ปีกหนาไก่ปีกบางไปไม่ถึงสนามใหญ่แน่นอนเชื่อเถอะเก่งแค่ไหนก็เอาไว้อันดับสุดท้ายครับ

3.เลี้ยงง่ายสภาพร่างกายดี กินอาหารดี ไม่ค่อยเจ็บป่วย พวกนี้บ่งบอกว่าอนาคตดีแน่ พวกขี้โรคป่วยบ่อยอย่างมากชมรมครับ ไปสนามใหญ่เมื่อจะพากันหมดตูด ไก่ชนต้องเลี้ยงง่ายครับแสดงว่าสุขภาพดีไม่ง่อแง สังเกตง่าย ๆ เวลาปล้ำวางมาจะไม่เศร้าซึมฟื้นเร็ว ไม่ต้องดูแลอะไรมาก ระบบหายใจดีเป็นเลิศไม่หอบง่าย ผิวหน้าแดงตลอดเวลา 

4. ฝีมือดีไม่มีฝีเข้าฝีออก ฝีมือเสมอต้นเสมอปลายอันนี้สุดยอดครับ บางตัวเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายอันนี้ต้องรีบทิ้งครับ ชนเงินน้อยชนะเร็วชนเงินแพงแพ้แบบไม่ได้ออกตัวนะระวัง

ขอให้โชคดีทุกท่านครับ

Nov 15, 2010 at 02:11 o\clock

พม่าเปลี่ยนไป


ข้อสังเกตไก่พม่าในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมีข้อสังเกตน่าสนใจเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของไก่พม่าที่สำคัญหลายประเด็นคือ

1. ขนาดรูปร่างของไก่พม่ามีขนาดรูปร่างที่ดีขึ้น รอยที่ออกมาจำหน่ายมีตั้งแต่ 2.5-3.0 กก แต่รอยที่มีมากที่สุด ก็ยังคงเป็น 2.3-2.7 ค่าเฉลี่ยประมาณ 2.5  กก. แสดงว่าพม่าพัฒนามากขึ้นในเรื่องรูปร่าง

2. ลักษณะรูปลักษณ์พม่าที่เปลี่ยนไป คือ ลักษณะหางกระดกอกตั้ง จับสั้นเหมือนมะพร้าว มีให้เห็นน้อยลง ส่วนมาก รูปทรงหางใกล้เคียงกับไก่ไทยทั่วไป ที่เด่น ๆ คือ ขนหางขนปีกยังยาวสวยงามตามแบบพม่า เพียงแต่รูปทรงมันเปลี่ยนไปเป็นหางทรงฟ่อนข้าวมากขึ้น

3.  ลักษณะเฉะพาะเหลือน้อย เช่น ปากดำเล็บดำแข้งดำตาดำ  โดยเฉพาะปากกับเล็บดำ ๆ นะเริ่มหายไป พม่าที่ทำออกมาจำหน่ายในปัจจุบันร้อยละ 80 เล็บไม่ดำแล้ว ซึ่งแสดงถึงกายกลายพันธุ์ของไก่พม่าอย่างชัดเจน

4. นิสัยเปรียวลดลง เมื่อมีการเลี้ยงการจับความเปรียวลดลงอย่างเห็นได้ชัด ไม่เหมือนพม่าโบราณแม้จะเลี้ยงอย่างไรก็ไม่มีวันเชื่อง

5. รูปทรงหงอนแบบหงอนพญานาค หรือหงอนนาคราช เริ่มน้อยลง ส่วนมากเป็นหงอนธรรมดาเรียกว่าทรงผึ้งเกาะกบาล หรือทรงรวงผึ้ง มีที่เด่น ๆ คือ หงอนแจ้ หงอนหมูบที่ยังรักษาเอกลักษณ์ไว้ตลอด

จากลักษณะที่เปลี่ยนไปที่สำคัญใน 5 ประกาณนี้ เป็นข้อสังเกตที่ดีว่าพม่าปัจจุบัน เปลี่ยนไปมากจริงๆ ใครที่เคยดูรูปลักษณ์ภายนอกของพม่าแล้วอ่านเชิงชนตอนนี้ต้องคิดใหม่  เมื่อ5-6 ปีก่อน เวลาเราเปรียบชนพม่าเลือดร้อยเราก็จะหลีกพวกหางกระดกอกตั้ง หงอนชี้ ๆ เล็บดำ ๆ ตอนนี้ดูแบบนั้นไม่ได้ เพราะไก่ส่วนมากรูปทรงแบบไทย แต่สไตล์เป็นพม่ามากขึ้น ที่เด่นยังไม่เปลี่ยนคือ สีสา และสีกรดยังเป็นสีเอกของพม่าทั่วไป แต่ก็เดาอยากอีกเพราะมีลูกผสมก๋อยและเชิงไทยที่มีสีสาสีกรดเต็มไปหมด..วันนี้การอ่านเชิงชนจึงต้องมีการคิดกันใหม่ครับ

Nov 11, 2010 at 03:48 o\clock

บทสรุปพม่าม้าล่อรำวง

หลายท่านวิ่งตามกระแสไก่พม่าจนไม่ลืมหูลืมตา บางท่านคิดไม่ออกว่าเราควรจะวิ่งตามไปทางใด เห็นกระแสพม่าม้าล่อมาแรงก็วิ่งตาม ค้นหาทุกเหล่าที่เป็นพม่าม้าล่อรำวง ทำให้ไก่สายพันธุ์นี้ราคาแพงอย่างรวดเร็ว ทางฟาร์มก็เหมือนกันในช่วง 2 ปีที่ผ่านมานำเข้าพ่อแม่พันธุ์สายม้าล่อรำวงก็หมดไปหลายแสน ผลสรุปของการแสวงหาก็มีข้อคิดมาฝากกันว่า

ม้าล่อรำวงที่เราได้มามีหลายลักษณะ แต่ละลักษณะก็มีข้อจำกัดในตัวเองพอจะสรุปได้ดังนี้

1. กลุ่มม้าล่อที่ไม่รำวง อาจเป็นม้าล่อสั้นสลับยาวหรือม้าล่อยาว พวกนี้เท่าที่สังเกตุเป็นไก่ลูกผสมเป็นส่วนใหญ่ เรียกว่าเกินร้อย 80 เป็นลูกผสม จะผสมสายเลือดใดก็ตามที แต่ที่แน่ๆ มันไม่ใช่ม้าล่อแท้ จุดอ่อนของพวกนี้คือ วิ่งไม่สวยงาม บางทีวิ่งมากเกินไป จังหวะการเข้าทำคู่ต่อสู้ไม่ดี มีบางตัวเท่านั้นวิ่งจนคู่ต่อสู้เหนื่อยและกลับมาตีเช็คบิลได้ ซึ่งลักษณะแบบนี้มีน้อยมาก ส่วนมากวิ่งไม่มีจุดหมาย วิ่งไปจังหวะกลับมากลับยไม่มีแข้งเปล่า กลับมาใช้ปากหยิบตี วิ่งแล้วโดดสังเวียน วิ่งแล้วหนีเลยเป็นต้น จุดเด่นที่เราค้นพบในกลุ่มม้าล่อแบบนี้คือ ตัวที่วิ่งดี ๆ ปอดดี ๆ จังหวะกลับมาทำดี ๆ แบบนี้น่ากลัวมาก แม้จะมีน้อยตัวในสนามแต่ก็มักจะพบเห็นเรื่อย ๆ ครับ ดังนั้นม้าล่อลูกผสมดี ๆ ที่วิ่งแกร่ง ๆ กลับมาทำเจ็บ ๆ แบบนี้ยังจะมีอยู่คู่สังเวียนไก่ชนต่อไปครับ

ที่น่าสังเกตม้าล่อแบบนี้มักจะให้ลูกไม่ค่อย เนียนเหมือนตัวเองครับ มีความแปรปรวนในกลุ่มของลูกหลานสูงครับ

2. กลุ่มม้าล่อรำวงแท้ ส่วนมากเป็นพวกลูกร้อยครับ ลักษณะเด่นคือ สาดแข้งหน้าจัดจ้านมาก ชิ่งออกซ้ายขวาเก่ง  สเต็บเท้าจังหวะการออกวิ่งดีเยี่ยม เห็นแล้วเนียนตา ที่ฟาร์มเท่าที่พัฒนามามีพบในเหล่าหมูบเทพ เหล่าประกายทอง เหล่านินจา และเหล่าที่นำเข้ามาพัฒนาใหม่ ๆ เช่น สันหัววัว วังน้ำลี้ ลำปางนางเหลี่ยว แจ้สะเดิด สวนมะนาว สุรพรชัย ฯลฯ เหล่าไก่พวกนี้มีจุดเด่นหลายประการในการถ่ายทอดลูกหลานที่มีสไตล์ม้าล่อรำวง เป็นสุดยอดลีลาของพม่ายุคนี้ จุดอ่อนที่สำคัญที่พบในบางเหล่าที่เราพัฒนาและนำเข้ามาพัฒนาก็คือ เบอร์แข้งไม่ดี ความแม่นยำมีน้อย เรียกว่าได้แต่ลีลาไม่สามารถเก็บไก่ได้ อันนั้นเราไม่สามารถชี้แจงได้ว่าเป็นเหล่าไหนบ้างเดี๋ยวจะเป็นการโจมตีซึ่งกันและกัน ท่านจะต้องใช้ความสามารถค้นหาเองแหละครับ บางคนซื้อทุกเหล่าใช้เงินจำนวนมากเพื่อศึกษาเหล่าต่าง ๆ กว่าจะได้ประสบการณ์ก็หมดตังหลายอัฐเช่นกัน

ที่น่าสังเกตไก่พวกนี้ถ่ายทอดลูกหลานได้ดและมีจุดอ่อนที่สำคัญคือ ร่างกายจะค่อนข้างอ่อนแอสำหรับพวกเลือดสูง เรียกว่าบินดี5นาทีแรก

 ดังนั้นก่อที่ท่านจะวิ่งตามกระแสให้ชั่งใจก่อนว่าว่าท่านชอบอะไรจะได้ลงทุนไม่มากนัก ผมได้ข้อสรุปว่าฟาร์มเองก็ลงทุนมหาศาลก่าจะหาจุดลงตัวได้ ดังนั้นพ่อแม่ตัวเก่งจึงถูกซื้อด้วยราคาแพง ๆ เพราะความหวังเดียวคือเราน่าจะได้เหล่าดี ความคาดหวังนี้มีทุกครั้งที่เราซื้อแต่ก็มีทุกครั้งที่เราพบสิ่งที่เราไม่พอใจปะปนมาเสมอ ลองคิดดู

Nov 10, 2010 at 14:36 o\clock

ปัญหาสำคัญของการเพาะพันธุ์พม่า

การเพาะเลี้ยงไก่พม่ามีปัญหที่สำคัญที่สุดที่นักเพาะพันธุ์ปวดหัวมากมี 2 ประการคือ

1. ปัญหาเรื่องโครงสร้างที่บอบบาง อ่อนแอ

2. ปัญหาเรื่องขนาดรูปร่างที่เล็ก

 ส่วนปัญหา เรื่องอื่น ๆ ดูเหมือนจะพอแก้ไขได้ในระดับที่น่าพอใจ เช่นเรื่องจิตใจ เราก็สามารถแก้ไขได้โดยการคัดเลือกสายพันธุ์ที่ดีมาใช้ในการเพาะเลี้ยง พม่าสายเลือดดี ๆ ก็มีจิตใจที่ดีเช่นเดียวกับไก่ชนสายพันธุ์อื่น ๆ ดังนั้นที่เราวิตกกันเรื่องจิตใจจึงค่อย ๆ ลดความวิตกกังวลลงไปเรื่อย จนปัญหานี้กลายเป็นประเด็นรองไปแล้ว นักเลี้ยงนักเล่นไม่ค่อยวิตกกังวลกัน   ในสมัยก่อนเมื่อครั้งที่เราเลี้ยงไก่พม่ากันใหม่ ๆ ปัญหาหนักอกของทุกท่านคือจิตใจที่เอาแน่นอนไม่ได้ของไก่พม่า เรามักจะพบบ่อย ๆ ว่าตีเป็นต่ออยู่ก็เดินหนีเฉยเลย แบบนี้กระเป๋าฉีกกันมานักต่อนักแล้ว แต่จากผลการพัฒนาและคัดสรรสายเลือดอย่างต่อเนื่องทำให้ในปัจจุบันไก่พม่ามีความอดทนในระดับที่น่าพอใจทีเดียว.

 อย่างไรก็ตามสำหรับสองปัญหาที่ยังคงแก้ไม่ตกก็คือโครงสร้างที่บอบบางอ่อนแอ ถ้าพม่าเลือดร้อยแต่นอนว่าบินล้มลุกคลุกคลาน ปีกห้อยปีกต้องห่มผ้าตั้งแต่ 2-3 นาทีแรกเลยทีเดียว  ลักษณะบินล้มลุกคลุกคลาน แต่ยังขยันบินขยันดีด เหมือนจะหมดแต่ไม่หมด เราเลยตั้งฉายาพม่าว่า "แมวเก้าชีวิต" คือเหมือนจะตายแต่ไม่ตาย ส่วนคนเลี้ยงก็ไม่กล้าเล่นมากมายเพราะดูสภาพเหมือนจะไม่รอด ในปัจจุบันเรากลับสังเกตุเห็นว่าพม่ารุ่นใหม่มีการบินการยืนดินที่ดีขึ้นมากมายเวลาเข้าชนก็เก็บปีกเก็บหางเรียบร้อยไม่รุ่มร่าม ..นั่นแสดงว่าพม่ายุคใหม่มีการพัฒนาเรื่องโครงสร้างร่างกายไปพอสมควรยกเว้นบางกลุ่มที่ยังเน้นพม่าเลือดสูงแบบนั้นแน่นอนว่ายังบินล้มลุกคลุกคลานอยู่ดี

ส่วนปัญหาเรื่องรูปร่าง ก็พบว่าตอนนี้พม่ารอย 2.7-3.0 มีปรากฎมากขึ้น แม่ว่าในจำนวนประชากรทั้งหมดไก่พม่ารอยใหญ่จะมีมากกว่ารอยเล็กแต่ก็พบว่าไก่พม่ารอยใหญ่มีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อยนี่ก็เป็นพัฒนาของการเพาะเลี้ยงพม่าในยุคปัจจุบัน

แต่ปัญหาไม่จบสิ้นหรอกครับเมื่อใหม่เราต้องการพัฒนาไก่พม่าเลือดสูงที่มีความว่องไวในการชนมีการนำสายเลือดพม่าแท้ ๆ มาผสม สิ่งที่ปรากฎเป็นจุดด้อยของไก่พม่าก็จะปรากฎเด่นชัดออกมาทันทีคือ 1 รอยเล็ก 2 ความแข็งแกร่งจะลดลง ..ดังนั้นปัญหาสองประการนี้เท่าที่ประเมินดูยังจะตามหอกหลอนนักเพาะพัฒนาอีกต่อไปมิได้หยุดหย่อน..

บางท่านได้พม่ารอยเล็กมาเก่งกาจจับมาเป็นพ่อพันธุ์นับหนึ่งว่าเราจะได้ลูกเก่ง ส่วนมากก็ไม่ผิดครับ แต่ลูกที่เก่งส่วนมากจะมีรอยเพียง 2.0-2.5 เท่านั้นเองจำเป็นที่เราต้องหวนกลับไปหาสายอื่นมาไขว้ซึ่งผลที่ได้ก็คือ ไก่จำนวนมากช้าลง มีตัวเก่งน้อยลงเมื่อเทียบกับพม่าเลือดสูง... ผลการพัฒนานี้ยังจะตามหลอนเราไปอีกตามใดที่ความเก่ง ความรวดเร็ว มันยังไม่สามารถพัฒนาให้ลงตัวกับรอยที่โตขึ้น ..นี่คือปัญหาท้าทายต่อไปในอนาคตครับ

Nov 5, 2010 at 04:33 o\clock

พม่าม้าล่อรำวง

 กระแสพม่าม้าล่อรำวงยังแรงไม่หยุดฉุดไม่อยู่จริง ๆ จนกลายมาเป็นกนะแสพม่ากระแสหลักในปัจจุบัน ลีลาอื่นดูเหมือนจะได้รับความนิยมลดลงพร้อม ๆ กับการมาของพม่าม้าล่อรำวง

จุดเด่นของพม่าม้าล่อรำวงคือ ลีลาเจ้าเล่ห์ แข้งเปล่าดี ทำเร็วหนีเร็ว แบบเล่นสงครามกองโจร ฉลาดขี้โกงสุด ๆ  ตัวเด่น ๆ มีความคมในการวางแข้งเป็นเลิศ สามารถชนได้กับไก่ทุกสไตล์ยกเว้นพวกพม่าขี้ดีดไม่วิ่งตาม พวกยืนนิ่ง ๆ คอยดีดอย่างเดียวอันนี้ม้าล่อตายลูกเดียว ใครมีก็อนุรักษ์หรือพัฒนาขึ้นมาหน่อยไว้ชนพม่ากระแสหลักคือม้าล่อรำวงนี่หละ

จุดด้อยของพม่าม้าล่อรำวงคือ ไก่ส่วนมากร้อยละ 60 เป็นไก่พม่าเลือดสูงร่างกายไม่แข็งแรงวิ่งไม่เสมอต้นเสมอปลาย พูดง่าย ๆ คือร่างกายไม่สมประกอบ เวลาหนีบ่อยตัวเองเกิดหมด เป็นลมก่อน สุดท้ายแพ้เขา ม้าล่อที่ดีร่างกายต้องดีด้วย ประเภทหนี ๆ ล้ม ๆ อันนี้ไปได้สนามร่มมะม่วงหรือบ่อนวิ่ง คงไม่ถึงสนามใหญ่

เทคนิคการเลือกพม่าม้าล่อรำวงมาเลี้ยงหรือพัฒนาคือ ร่างกายต้องดี นี่สำคัญกว่าทุกอย่าง และประเด็นที่สองคือ ต้องแม่นคม ยกมาต้องถูก ประเภทยกมาโดนลมโดนอากาศไม่ควรเลี้ยง จุดเด่นของเขาจริงคือ แข้งเปล่าดีเยี่ยม พม่าม้าล่อประเภทใช้ปากเป็นไก่ไม่เก่งครับ ถือว่าเป็นเกรดต่ำลงมา

ข้อสังเกต จากการศึกษาพบว่าพม่าม้าล่อที่เด่น ๆ ชนแพงส่วนหนึ่งเป็นไก่ลูกผสมที่โครงสร้างดีวิ่งไม่มีหมด เส่นมากเป็นล่อสั้นสลับยาว ไม่ออกม้าล่อรำวงจริง ๆ ม้าล่อรำวงจริง ๆ ส่วนมากเป็นพวกพม่าเลือดสูงหรือเลือดร้อยครับ

เหล่ากอสำคัญมากพม่าม้าล่อที่ดีควรมีเหล่ากอที่ดี เวลาเล่นจะได้ไม่เสียว เพราะเวลาวิ่งไม่รู้วิ่งจริงวิ่งปลอมบางท่านไม่กล้าเล่นหรือขยาดม้าล่อไปเลยเพราะเกิดวิ่งแล้วไม่กลับนี่ซิน่าเห็นใจ