Tonguoo Farm

Aug 12, 2010 at 03:48 o\clock

ไก่ชนพม่า

ไก่ชนพม่ามีหลายสายพันธุ์ เท่าที่ศึกษาลักษณะทางกายภาพพบว่าไก่ชนพม่ามีลักษณะเด่นที่สำคัญจำแนกไก้ 5 กลุ่มใหญ่คือ

1. กลุ่มสีสาหรือสีโย หรือสีดอกหมาก เป็นกลุ่มที่มีจำนวนมากที่สุด ภายในกลุ่มสีดอกหมากยังแยกย่อยเป็นหลายกลุ่มเช่น

1.1 กลุ่มสีสาขาว มีลักษณะขาวอมเหลือทั้งตัว ยกเว้นหางและปลายปีกจะออกสีเขียวอมดำ ตัวเมียก็จะออกลักษณะขาวดอกหมากทั้งตัว พวกนี้สายหลักแข้งสีขาวอมเหลืองหรือสีขาวเป็นส่วนใหญ่ 

1.2 กลุ่มสีสาดำ มีลักษณะสร้อยคอ สร้อยหลังและสนับปีกเป็นสีสาขาวหรือสาอมเหลือง ส่วนขนที่อื่นเป็นสีเขียวอมดำทั้งตัว พวกนี้ลักษณะหลักจะเป็นปากและแข้งสีเขียวอมดำ พวกแข้งสีขาวหรือเหลืองแสดงว่าผสมข้ามสายมาจากสาขาวครับ

2. กลุ่มสีกรด เป็นกลุ่มที่มีจำนวนรองลงมากจากสีสา  เป็นกลุ่มที่ผู้เลี้ยงนิยมมากในปัจจุบันเพราะดูสวยงาม พวกนี้จำแนกได้คือ

2.1 กลุ่มกรดแดง หรือกรดดู่ เป็นสีแดงดู่บริเวณสร้อยคอ สร้อยหลัง สนับปีก ระย้าข้างลำตัว แข้งออกสีเขียวอมดำ หรือสีขาวอมเหลือง มีทั้งสองลักษณะ พวกแข้งเขียวอมดำ ตามักจะออกสีอมดำด้วย 

2.2 กลุ่มกรดเหลือง  เหมือนกับกลุ่มกรดแดงต่างกันตรงสี พวกนี้ออกสีเหลืองอมส้ม แข้งเป็นสีเหลืองหรือเหลืองอมขาว ไม่มีแข้งสีดำ ยกเว้นพวกผสมข้ามสายมาเท่านั้น(ลูกผสม)

3. กลุ่มสีเขียว มีลักษณะเขียวทั้งตัว สีแข้งสีปากสีเขียวอมดำทั้งหมด  พวกนี้มีกลุ่มเดียว

4. กลุ่มสีเทา มีลักษณะขนสีเทา ส่วนมากจะเป็นเทาดำ และเทาแดง กลุ่มนี้ก็มีจำนวนน้อยกว่า 3 กลุ่มแรก

5. กลุ่มสีลายข้าวตอก มีลักษณะสีขาวลายข้าวตอก กลุ่มนี้ก็พบเห็นน้อยมาก 

สรุปไก่ชนพม่าที่เราเลี้ยงอยู่ทุกวันนี้หากดูลักษณะทางกายภาพเราสามารจำแนกได้ เป็น 5 กลุ่มใหญ่  ซึ่งทั้ง 5 กลุ่มนี้มีลักษณะเด่นร่วมกันที่มองข้ามไม่ได้คือ

1.ตัวเล็ก น้ำหนักมาตรฐาน 1.6-2.2 กก ในวัยหนุ่ม เมื่อถ่ายขนสองน้ำหนักมาตรฐาน 2.2-2.6 เท่านั้น

2.ตัวสั้นเล็ก หางกระดกอกตั้ง ยกเว้นเหล่าแม่สะเรียง สายพันธุ์หลักรุ่นแรก จะออกทรงเตี้ยงลำตัวขนานกับพื้นหางไม่กระดกสูง

3. น้ำขนดีขนยาว

4. เล็บดำ

5. เปรียวมาก ๆ 

Aug 12, 2010 at 03:00 o\clock

โอกาสไก่ชน GMO

  อินเดียประสบความสำเร็จในการพัฒนาไก่ตัดแต่งพันธุกรรม ซึ่งมีเนื้อแน่นกว่าสายพันธุ์ทั่วไป และสามารถใช้ในการรักษาโรคได้อีกด้วย ซึ่งนับเป็นความสำเร็จครั้งแรกของอินเดียที่สามารถพัฒนาปศุสัตว์ตัดหรือ สัตว์ปีกแต่งพันธุกรรมได้ ในขณะนี้ อินเดียกำลังอยู่ในขั้นตอนพัฒนาปลาตัดแต่งพันธุกรรมหลายชนิด หลังจากได้อนุญาตให้ใช้เมล็ดพืชตัดแต่งพันธุกรรมในการปลูกพืชอาหารได้อีก ด้วย ความสำเร็จของการวิจัยในครั้งนี้อาจช่วยกระตุ้นการผลิตไก่ในอินเดีย ซึ่งมีมูลค่าการบริโภคสัตว์ปีก และผลิตภัณฑ์เป็นมูลค่าไม่ต่ำกว่า 300 พนล้านรูปี หรือ 6.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี
                ทั้งนี้ ทีมนักวิทยาศาสตร์ ในสำนักงานสัตว์ปีกเมือง Hyderabad ได้ใช้เวลากว่า 2 ปีคิดค้นวิธีการในการตัดแต่งพันธุกรรมไก่ โดยใช้ยีนส์ของแมงกะพรุน และเซลล์สเปิร์มของไก่ที่พันธุ์คัดมาโดยเฉพาะจากสำนักงาน T.K Bhattacharya นักวิทยาศาสตร์อาวุโสซึ่งเป็นหัวหน้าโครงการกล่าวว่า ไก่ GMO ของอินเดียพร้อมสำหรับการใช้เชิงพาณิชย์แล้ว และยังกล่าวเสริมอีกว่า มีการพัฒนาไก่ GMO ขึ้นแล้วในสหรัฐฯ แคนาดา สหราชอาณาจักร และจีน ไก่ GMO ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลลิตและยังมีเนื้อแน่นขึ้นด้วย นอกจากนี้ ไก่ GMO ยังออกไข่ได้มากถึง 300 ฟองภายใน 72 สัปดาห์ ซึ่งคิดเป็น 2 เท่าของไข่ไก่ที่มาจากไก่ทั่วไป  ในการศึกษา สำนักงานได้เพาะฟักลูกไก่จำนวน 263 ตัว ซึ่งได้ไก่ GMO 16 ตัว หรือคิดเป็น 6%

 ในอนาคตอันใกล้น่าจะมีการวิจัยตัดต่อพันธุกรรมไก่ชน เป็นไก่ชน จีเอ็มโอ แน่นอน เพื่อให้ไ-ด้ไก่ชนที่มีคุณลักษณะเด่นตามที่ต้องการคือ แข็งแกร่ง ดื้อแข้งใจเกินร้อย ลีลาสวยงามตามมาตรฐานสายพันธุ์ และลูกตีที่รวดเร็วเฉียบขาด ถึงตอนนั้นใครทำได้ก่อนก็รวยก่อนแหละครับ...นี่แหละเทคโนโลยีที่ก้าวอย่างรวดเร็วไม่มีวันหยุดนิ่ง

Aug 12, 2010 at 02:50 o\clock

วิธีอนุรักษ์พันธุกรรมไก่ชน

รศ.ดร.เทวินทร์ วงษ์พระลับ ภาควิชา สัตวศาสตร์ คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ศึกษาค้นคว้าวิธีการเก็บรักษาน้ำเชื้อของพันธุ์ไก่พื้นเมืองที่คงคุณภาพและ มีอายุการใช้งานยาวนานขึ้น โดยใช้อุปกรณ์แช่แข็งแบบง่าย ๆ และราคาถูก ซึ่งงานวิจัยครั้งนี้ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิ จัย (สกว.)

รศ.ดร.เทวินทร์ กล่าวว่า น้ำเชื้อที่ใช้ในการผสมเทียมในไก่มีอยู่ 3 ลักษณะ คือ น้ำเชื้อสด น้ำเชื้อแบบเหลวแช่เย็น (liquid semen) เก็บรักษาที่อุณหภูมิ 5 ํซ และ น้ำเชื้อแบบแช่แข็ง (Frozen semen) เก็บรักษาที่อุณหภูมิ-196 ํซ โดยน้ำเชื้อแบบเหลวแช่เย็นและน้ำเชื้อสด มีข้อดีคือเมื่อผสมเทียมแล้วให้อัตราการผสมติดสูงกว่าแบบแช่แข็งใช้เทคนิคใน การเก็บรักษาไม่ยุ่งยากและราคาถูก แต่มีจุดอ่อน คือ มีข้อจำกัดเรื่องระยะเวลาของการเก็บรักษาสั้น ต้องนำไปใช้ผสมเทียมภายหลังการรีดเก็บและเจือจางด้วยน้ำยาเป็นเวลาไม่เกิน 1 วัน สำหรับน้ำเชื้อแช่แข็งนั้นแม้จะผสมติดต่ำกว่าน้ำเชื้อเหลว แต่มีความสำคัญอย่างยิ่งในแง่การเก็บรักษาพันธุกรรม เนื่องจากสามารถเก็บรักษาน้ำเชื้อของพ่อพันธุ์ให้คงคุณภาพได้ยาวนานแม้ว่า พ่อพันธุ์จะตายไปแล้วก็ตาม

รศ.ดร.เทวินทร์ กล่าวอีกว่า การนำ น้ำเชื้อแช่แข็งไปใช้ในการผสมเทียมไก่ ควรกระทำในช่วงเวลา 15.00-17.00 น. โดยนำหลอดบรรจุน้ำเชื้อออกจากถังไนโตรเจนเหลววางในกล่องโฟมเปล่าประมาณ 5-8 วินาที จุ่มลงในน้ำเย็นอุณหภูมิ 2-5 ํซ นาน 5 นาที แล้วนำหลอดบรรจุน้ำเชื้อ มาเช็ดหลอดให้แห้งแล้วตัดปลายถ่ายเทน้ำเชื้อลงในหลอดขนาด 1.5 มิลลิลิตร นำไปผสมเทียมแม่ไก่โดยทันที โดยนำไซรินจ์ขนาด 1 มล. ที่ถอดปลายเข็มฉีดยาออกแล้ว มาดูดน้ำเชื้อปริมาตร 0.4 มล. สอดเข้าช่องคลอดไก่ความลึกใน การสอดไซรินจ์ประมาณ 4 ซม. ค่อย ๆ ปล่อยน้ำเชื้อเข้าช่องคลอดของไก่ตัวเมียที่ทำ    การปลิ้นก้นไว้รอ โดยใช้เวลาปล่อยน้ำเชื้อประมาณ 5-8 วินาที จากนั้นในช่วงวันที่ 2-8 หลังการผสมเทียมด้วยน้ำเชื้อแช่แข็งแล้ว ให้ทำการเก็บไข่เข้าฟัก และในวันที่ 7 หลังจากการเข้าฟัก จะให้ทำการคัดไข่ที่ผสมไม่ติดออก หลังจากอายุไข่เข้าฟักได้ 18 วันจะทำการย้ายเข้าตู้เกิด เมื่ออายุฟักได้ 21 วัน จะได้ลูกไก่ที่เกิดจากการผสมเทียมด้วยน้ำเชื้อแช่แข็ง

สำหรับความสำเร็จของการทำน้ำเชื้อไก่พื้นเมืองไทยแช่แข็งครั้งนี้ มีจุดเด่นที่ใช้อุปกรณ์แบบง่าย ๆ ราคาถูก แต่ผลที่ได้ไม่ต่างจากการใช้น้ำเชื้อไก่ที่แช่แข็งด้วยเครื่องมือที่มีราคา แพงของต่างประเทศ ซึ่งพบว่าคุณภาพน้ำเชื้อ มีอัตราการผสมติดของไก่ ประมาณร้อยละ 60 จากการผสมเทียมให้แม่ไก่เพียง 1 ครั้ง/สัปดาห์ ซึ่งโดยทั่วไปในต่างประเทศทำการผสมเทียมในไก่พื้นเมืองด้วยน้ำเชื้อแช่แข็ง 2 ครั้ง/สัปดาห์ และมีอัตราการผสมติดประมาณ ร้อยละ 60 เช่นกัน

สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ รศ.ดร.เทวินทร์ วงษ์พระลับ ภาควิชาสัตวศาสตร์ คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น โทร. 08-5000-4643 หรือ อีเมล vthevi@kku.ac.th.